- รางน้ำฝนไวนิล VG รุ่น Cube เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UV สูงสุด 3 เท่า รองรับสภาพอากาศร้อน แดด และฝนของประเทศไทย
- ผลิตจากไวนิล uPVC คุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน ทนต่อการกัดกร่อน และไม่ลอกล่อน รองรับการใช้งานภายนอกอาคารในระยะยาว
- นวัตกรรม iR-uPVC ซับเสียงได้ดี ไร้การรั่วซึม โครงสร้าง 2 ชั้น เพื่อการปกป้องที่ดีที่สุด
- Structural Layer ช่วยคงรูป เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่น
- Outer Layer High Performance iR-uPVC ช่วยสะท้อนความร้อนและคงความสวยงามของสี
- ผสานสีคุณภาพสูงจาก DUPONT เข้ากับเนื้อวัสดุ ช่วยคงความสวยงามของสีได้ยาวนาน
- ระบบ Smart Flow ออกแบบให้ระบายน้ำได้ดี ช่วยลดการไหลย้อนกลับเข้าสู่ฝ้าเพดานและลดการกระเซ็นของน้ำออกนอกราง
- ระบบ Secure Lock ยึดรางแน่นหนา ช่วยเพิ่มความมั่นคงของการติดตั้งและลดโอกาสที่รางจะหลุดจากจุดยึด
- รองรับการติดตั้ง 2 รูปแบบ ทั้งตะขอแขวนรางแบบซ่อนตะขอ และตะขอรับรางแบบรองรับใต้ตัวราง
- น้ำหนักเบา ติดตั้งสะดวก ช่วยลดภาระในการขนย้ายและติดตั้ง โดยเฉพาะงานติดตั้งบริเวณที่สูง
- รองรับปริมาณน้ำฝนได้ 13.5 ลิตร/เมตร พร้อมผ่านการทดสอบความคงทนต่อสภาพอากาศ อายุการใช้งานยาวนานกว่า 15 ปี
- ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ VG รุ่น Cube เท่านั้น เพื่อให้ระบบรางน้ำสามารถติดตั้งและทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
- รับประกัน 10 ปี (ตามเงื่อนไขผู้ผลิต)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
- ควรเว้นระยะระหว่างแผ่นหลังคาและเชิงชายประมาณ 10 ซม. เพื่อให้เหมาะกับการติดตั้งรางน้ำฝน
- เลือกใช้ชุดปรับองศาตามลักษณะเชิงชาย สำหรับคานตรงไม่จำเป็นต้องใช้ชุดปรับองศา ส่วนคานที่มีองศาเบี้ยวควรใช้ชุดปรับองศาเพื่อให้รางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ติดตั้งตะขอทุก 50-55 ซม. และไม่ควรเว้นระยะเกิน 60 ซม. เพื่อช่วยให้รางรองรับน้ำหนักได้ดี โดยบริเวณรอยต่อราง เช่น จุดน้ำลง ตัวต่อราง และมุมนอก-มุมใน ควรติดตั้งตะขอห่างจากรอยต่อประมาณ 5 ซม. หรือติดตั้งให้ใกล้รอยต่อมากที่สุด
- เพิ่มความแข็งแรงบริเวณมุมราง สามารถติดตั้งตะขอ 2 ชิ้นบริเวณมุมนอกและมุมใน เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการยึดราง
- กำหนดจุดน้ำลงตามพื้นที่หลังคา ควรมีจุดน้ำลงอย่างน้อย 1 จุดต่อพื้นที่หลังคา 50 ตร.ม. หรือ 1 จุดต่อด้านลาดของหลังคา และหากหลังคามีสันตะเข้หลายตำแหน่ง ควรวางจุดน้ำลงใกล้สันตะเข้มากที่สุด
- เลือกตำแหน่งจุดน้ำลงให้เหมาะสม แนะนำให้ติดตั้งบริเวณมุมในของหลังคา ซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมกันมาก หากไม่สะดวก สามารถเลือกตำแหน่งใกล้สันตะเข้มากที่สุดแทนได้
- เลือกวัสดุซีลให้เหมาะกับส่วนประกอบ ใช้ซิลิโคนสำหรับรางน้ำ ใช้กาวแรงดันสำหรับท่อ และใช้กาวร้อนสำหรับชุดปรับองศา เพื่อช่วยล็อกองศาตามต้องการ
- หลีกเลี่ยงการใช้สกรูบริเวณจุดเชื่อมต่อรางน้ำ เนื่องจากอาจเกิดสนิมบริเวณสกรูและจุดยึด ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของจุดเชื่อมต่อในระยะยาว
- คำนวณความยาวท่อน้ำลง โดยวัดจากความสูงของอาคารถึงพื้น และเผื่อความยาวเพิ่มประมาณ 1-1.5 เมตร สำหรับช่วงหลังคาที่ลาดเฉียงเข้าหาตัวบ้าน
- ติดตั้งรางน้ำให้มีความลาดเอียงประมาณ 2 ซม. ต่อความยาว 10 เมตร เพื่อช่วยให้น้ำไหลเข้าสู่จุดน้ำลงได้อย่างเหมาะสม
| รายการ | ราคา |
| 1. รางน้ำฝน | (สอบถามรายละเอียดพื้นที่และใบเสนอราคากับทางร้าน ) |




